7Socialmediaสำหรับร้านอาหาร

 

ทุกวันนี้คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วที่ร้านอาหารควรต้องมีเครื่องมือ Social Media ไว้สำหรับติดต่อพูดคุยกับลูกค้าของทางร้าน เพราะโลกออนไลน์ได้เข้ามาผูกติดกับชีวิตของเราตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า…จนกระทั้งเข้านอนตอนกลางคืน จนต้องบอกว่าตอนนี้เราไม่ได้เข้าสู่ยุคของดิจิตอล  แต่ดิจิตอลกำลังอยู่รอบตัวเราในทุกๆเรื่อง ฉะนั้นถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านอาหาร หรือเป็นผู้ดูแลธุรกิจร้านอาหารยังไงซะก็จำเป็นจะต้องรู้จักเครื่องมือ Social Media เหล่านี้เอาไว้ และเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้งานมันเพื่อสื่อสารไปถึงลูกค้าของร้าน ซึ้งคุณจะเปิดใช้ทุกบริการเลย หรือจะเลือกใช้เพียงบางตัว ก็แล้วแต่จะพิจารณาตามสมควร ก่อนอื่นขอเริ่มด้วยตัวเลขทางสถิติที่น่าสนใจกันก่อน

ประเทศไทยมีตัวเลขสถิติที่น่าสนใจด้าน Internet ดังนี้ 

(ข้อมูลล่าสุดจากเว็บ We Are Social เมื่อ Jan2016)

  • ประชากรทั้งหมด 68 ล้านคน
  • มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 38 ล้านคน หรือคิดเป็น 56% ของประชากร
  • มีผู้ใช้ Social Media ทั้งหมดอยู่ 38 ล้านคน
  • จำนวนเบอร์มือถือที่ลงทะเบียนประมาณ 82 ล้านเบอร์ (คนไทย20%มีมากกว่า1เบอร์มือถือ)
  • คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโน็ตบุ๊ค/พีซี 4.45 ชั่วโมงต่อวัน
  • คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ 3.53 ชั่วโมงต่อวัน
  • คนไทยใช้ Social Media 2.52 ชั่วโมงต่อวัน
  • แพลตฟอร์มที่คนไทยใช้มากที่สุดคือ Facebook รองลงมาคือ LINE>>Google+>>Instagram>>Twitter>>Pinterest

จากประสบการณ์ของผมในการเป็นที่ปรึกษาร้านอาหาร และแนะนำช่องทางการทำตลาดออนไลน์สำหรับร้านอาหาร ให้มามากกว่า 40 ร้านแล้ว ขอชี้เป้าให้เห็นเลยว่าโซเชียลมีเดียตัวใดบ้าง ที่ร้านควรต้องมี

1. Facebook Page แน่นอนที่สุด ยังไงคนไทยก็ใช้เฟสบุ๊คมากที่สุดในบรรดา Social Media ทุกเจ้าที่มีอยู่ ร้านควรต้องสร้าง Page สำหรับไว้อัพข้อมูลของทางร้าน โปรโมชั่นใหม่ๆ เมนูใหม่ๆ ข่าวสาร กิจกรรม และอื่นๆ  หลายๆร้านได้ใช้ช่องทาง Facebook Fanpage เสมือนเป็น Official Web ของทางร้านไปซะเลยสมัยก่อนคิดว่าต้องมี Website ปัจจุบันหลายร้านใช้ FB Page แทนเว็บไปแล้ว (แต่จริงๆเว็บไซต์ยังมีความสำคัญอยู่นะ ไว้จะมาเขียนเล่าให้ฟังวันหลัง)

 

2.Line@ ไลน์แอท แอปสำหรับ SME ร้านค้าขนาดเล็ก-กลางที่ทาง LINE ได้เปิดให้ใช้งานแอป เสมือนเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารโดยตรงถึงลูกค้า เพราะว่า App LINE ถือเป็นแอปแชทอันดับ 1 ของคนไทย เรียกว่าทุกคนที่มีมือถือย่อมต้องมีแอป Line อยู่ในเครื่องแน่นอน การสร้าง Account Line@ สำหรับร้านอาหารจึงเป็นสิ่งที่แนะนำ โดยสมัครใช้งานได้ฟรี แต่อาจมีค่าใช้จ่ายนิดหน่อยในเรื่องชื่อ Premium ID (ปีละ 5.99 $) และหากคุณอยากส่งข้อความ Broadcast ไปให้ลูกค้าที่มากขึ้น ก็อาจมีค่าบริการรายเดือน ตามแต่แพ็คเกจที่จะเลือก  (รายละเอียดตรงนี้ จะมีบทความให้อ่านกันต่อไปในอนาคต)

 

3. Instagram อินสตาแกรม โซเชียลมีเดียมาแรงในรอบ 3-4 ปีหลังๆนี้ เพราะว่าคนเราชอบดูรูปมากกว่าอ่านตัวหนังสือ IG จึงเป็นที่นิยมสำหรับคนไทยค่อนข้างมาก หลายคนสมัคร IG ไว้สำหรับฟอลโล่ดารา นักร้องและเซเลปโดยเฉพาะเลยก็มี (แต่ตัวเองไม่ค่อยได้อัพรูปซะเท่าไรนัก) ช่องทางนี้ สำหรับร้านอาหารแล้ว ก็ถือว่าแนะนำให้มีกันไว้ เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เข้าถึงผู้คนได้มาก

 

4. Google+ Page กูเกิลพลัสเพจ อันนี้หลายคนอาจสงสัยว่ามันฮิตจริงเหรอ  แต่ขอบอกเลยว่ายังไงร้านอาหารก็ต้องสมัครใช้บริการกูเกิลพลัสเพจ เพราะว่าคนทำร้านอาหารทุกร้านอยากมี หมุดปักแผนที่ร้านโชร์ใน GoogleMap กันอยู่แล้ว ทางกูเกิลก็เลยพ่วงบริการโซเชียลมีเดียมาให้ใช้งานด้วยเลย ซึ้งจริงๆแล้วดูเหมือนไม่ค่อยฮิตนะคับ  แต่ความลับอย่างนึงก็คือ หากคุณอัพภาพ อัพเรื่องราวต่างๆผ่าน Google+ Page บ่อยๆ มันจะทำให้ผลการค้นหาร้านอาหารของคุณดีขึ้นๆๆ อย่างที่คุณไม่เคยทราบมาก่อน

 

5.Twitter ทวิตเตอร์ ส่งข้อความสั้น 140 ตัวอักษรนี้ นิยมมากๆในกลุ่มวัยรุ่นช่วงม.ปลาย-มหาวิทยาลัย-วัยทำงานตอนต้น บางคนติด twitter เสียยิ่งกว่า FB หรือ IG ซะอีก ถ้าร้านคุณมีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในวัยนี้ โซเชียลมีเดียตัวนี้ก็ถือว่าน่าสนใจมากๆเช่นกัน (ยังมีทริคและการตลาดผ่าน Twitter เจ๋งๆอีกหลายอัน วันหลังจะเขียนเป็นบทความแชร์ให้อ่านกันอีกรอบ)

 

6. Youtube Channel คุณรู้ไหมว่าวัยรุ่นสมัยใหม่ดู Youtube บ่อยกว่าดูทีวีไปแล้ว เพราะว่าอยากดูอะไร ก็เสิร์ชหาแล้วดูได้เลย ไม่ต้องมารอดูตามตารางออกอากาศ ชอบช่องไหนก็กดสับตะไคร้ ให้มันแจ้งเตือนเมื่อมีวีดีโอตอนใหม่มาได้เลย  ช่องทางยูทูปนี้ต้องเรียกว่า ทำไว้ไม่เสียหายอะไร วันไหนว่างๆคุณอาจเอามือถือตัวเองมาทำคลิปตัดต่อเอง เป็นคลิปแนะนำร้านแบบคร่าวๆ แนะนำวิธีการปิ้งอาหารแต่ละชนิดยังไงให้อร่อย รีวิวน้ำจิ้มของทางร้านว่าอะไรใช้กินกับอะไร หรือจะทำคลิปเผยสูตรเมนูเด็ดของร้านให้ลูกค้าดูก็ย่อมได้ ข้อดีอย่างนึงก็คือ หากคุณรู้จักการทำ SEO ชื่อไตเติ้ลคลิปสักนิด มันจะช่วยทำให้ร้านคุณเสิร์ชเจอได้อยู่ในอันดับที่ดีบน Google ในคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการได้ด้วย (เพราะ Youtube มันเป็นเว็บในเครือ Google ไงละยังไงเขาก็ต้องดันผลลัพธ์การค้นหาให้เจอก่อนเว็บอื่นๆอยู่แล้วละ)

 

7. Pinterest เว็บปักพินเรื่องราวที่ชอบ ที่ต่างประเทศฮิตกันมากๆถึงกับสามารถขายของออนไลน์เป็นเรื่องเป็นราวได้เลย แต่ในเมืองไทยยังนิยม Pin เนื้อหาในแนวรูปภาพที่สะสมไว้เป็นคอลเลคชั่น สำหรับร้านอาหาร หลายๆร้านเริ่มหันมาสนใจช่องทางนี้แล้ว โดย Pin รูปอาหารเมนูแนะนำ หรือแบบคอลเลคชั่น เมนูอาหาร บรรยากาศร้าน งานจัดเลี้ยงเอาไว้ ให้ลูกค้ามาดูได้ภายหลัง Pinterest ยังช่วยในเรื่องการค้นหา SEO บนGoogle อีกด้วย ถ้ารู้วิธีการตั้งชื่อ Title ให้ถูกหลัก ภาพของร้านคุณก็อาจจะไปอยู่หน้าแรกในคีย์เวิร์ดที่ต้องการได้

 

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ